หอเอน สิ่งมหัศจรรย์ระดับโลก

La-Torre-di-Pisa

หอเอนแห่งนี้จัดเป็น 1 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง อีกทั้งยังถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ตั้งอยู่ ณ เมืองปิซา ในจัตุรัส Piazza Del Duomo ของประเทศอิตาลี เป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอรูปทรงกระบอกมีทั้งหมด 8 ชั้น สร้างจากหินอ่อนสีขาว มีความสูง 55.86 เมตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 14,500 ตัน โดยประมาณ ประกอบด้วยบันได 293 ขั้น เอนเอียง 3.97 องศา ยอดสุดของหอห่างจากพื้นนับเป็นแนวตั้งฉากยู่ที่ 3.9 เมตร  เริ่มลงมือสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ส.1350 รวมเวลาสร้างทั้งหมดประมาณ 175 ปี สาเหตุที่ทำให้การก่อสร้างหยุดชะงักรวมทั้งล่าช้าไปมาก เพราะเมื่อสร้างไปถึงชั้น 3 พื้นใต้ดินเป็นพื้นดินนิ่ม จึงทำให้เกิดการยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272  Giovanni di Simone ได้ทำการสร้างให้หอนี้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้เกิดความสมดุล แต่แล้วการก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดลงอีกครั้งเพราะเกิดภาวะสงคราม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกนาซี ใช้หอเอนเมืองปิซาเป็นที่สังเกตการณ์ แต่ทหารอเมริกันไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 ทางรัฐบาลอิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอ โดยระดมพลผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น นักวิศวกร นักคณิตศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กจำนวนมากกว่า 800 ตัน ค้ำไว้เพื่อไม่ให้หอล้ม ต่อมาจึงมีการสร้างต่อและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่ส่วนที่เป็นหอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 รวมแล้วใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี  ต่อมาในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการทำรากฐานให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอถล่มลงมา  และหอเอนนี้เองมีชื่อเสียงในการช่วยให้ ช่วยทำให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียน ได้ทำการทดลองเรื่องอัตราเร็วของวัตถุที่ตกลงมาจากที่สูง และกฏแห่งแรงดึงดูดของโลกเป็นผลสำเร็จ

Torre-pendente-di-Pisa-italy

ผู้สร้างหอเอนปิซาคือ Guglielmo และ Bonanno แต่จากการศึกษาใหม่ๆ พบว่ายังมีสถาปนิกจากยุคเริ่มแรกอีกคนชื่อ Diotisalvi เพราะฉะนั้นสถาปนิกตัวจริงที่ออกแบบรวมทั้งก่อสร้าง หอเอนปิซ่า ยังคงเป็นปริศนาต่อไปในทุกวันนี้ จนหอเอนปิซ่า ก็เสร็จสมบูรณ์จากฝีมือของนาย Tommaso di Andrea Pisano สมัยกลางหรือยุคมืด นั่นเอง

หอเอนเมืองปิซา หอระฆังที่มีสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 1000 ปีก่อนคริสตกาล เป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งผ่านอุปสรรคมาเยอะมากกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานของความยิ่งใหญ่ตั้งอยู่บนน่านน้ำของสาธารณรัฐปิซาอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปีนบันได 300 ขั้นขึ้นไปบนหอเอนเพื่อชมทัศนียภาพแบบเอียงๆ ได้ รวมทั้งคนรักศิลปะและเหล่านักวิชาการ ต้องเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งนี้ให้ได้สักครั้ง