Torre

เนเปิลล์ เป็นเมืองหลวงที่สำคัญของแคว้นคัมปาเนีย จัดเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในประเทศอิตาลี รองลงมาจากโรม และมิลาน จากข้อมูลภายในปี 2014 มหานครเนเปิลล์มีประชากรอยู่อาศัยภายในเมืองทั้งหมด 3,115,320 ล้านคน ถือเป็นเขตเมืองขนาดใหญ่อันดับ 9 ในสหภาพยุโรป ที่มีประชากรอยู่ระหว่าง 3 ล้าน ถึง 3.7 ล้านคน

มหานครนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เป็นเมืองที่มีการตั้งรกรากตั้งแต่สมัยยุคสัมฤทธิ์ โดยแต่เริ่มเป็นอาณานิคมของชาวกรีกที่เริ่มก่อตั้งเมือง เนเปิลล์ในสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ถือได้ว่าเป็นอาณานิคมขนาดใหญ่มากในสมัยนั้นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่ง อันเป็นชื่อเก่าแก่คือ Parthenope (Παρθενόπη) อยู่ในพื้นที่ Manga Graecia  มีหน้าที่สำคัญในการช่วยผนึกวัฒนธรรมของชาวกรีซ ชาวโรมันเข้าด้วยกัน จนในที่สุดได้กลายเป็นศูนย์วัฒนธรรมของโรมัน

หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก นครเนเปิลล์ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ โดยรับหน้าที่เป็นเมืองหลวงของDuchy of Naples ระหว่างปี ค.ศ.661 – 1139 ต่อมาได้กลายเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรเนเปิลส์ ในระหว่างปี ค.ศ.1282 – 1816 ภายหลังได้รวมเข้ากับราชอาณาจักรซิซิลี จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์รวมตัวกันของอิตาลีใน ค.ศ.1861

ในสงครามโลกครั้งที่สอง เนเปิลล์ถือเป็นเมืองที่โดนลูกหลงมากที่สุด เป็นเมืองที่โดนทิ้งระเบิดหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนในระหว่างเกิดสงครามโลก ทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างหนัก เมื่อจบสงครามภายใต้การปกครองด้วยระบอบฟาสซิสต์ รัฐบาลภายใต้การนำของ Benito Mussolini ได้เร่งการซ่อมแซมเขตที่เสียหายจากระเบิดในสงคราม จนในที่สุดพวกเขาก็สามารถสร้างเขตอุตสหกรรมขนาดใหญ่ Centro Direzionale ขึ้นมาทดแทนความสูญเสียได้ รวมทั้งพัฒนาการขนส่งพื้นฐานใหม่ทั้งหมดให้มีประสิทธภาพมากขึ้น

นอกจากนี้เมืองเนเปิลล์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวมากมายอย่าง ศิลปะ และอาหารเลิศรสของอิตาลี แต่ถ้าหากเราพูดถึงศิลปะ ภาพวาดต่าง ๆ แล้ว สามารถมองย้อนกลับไปได้ถึงสมัยยุคกลาง หรือ เรอเนซ็องส์ ที่เต็มไปด้วยมหาวิหารขนาดใหญ่ ป้อมปราการ และพระราชวัง ส่วนที่น่าสนใจอันดับแรกก็คือ Accademia di Belle Arti di Napoli ที่ก่อตั้งโดย Charles III of Bourbon ซึ่งเป็นสถาบันสอนศิลปะที่มีชื่อเสียงใน Posillipo ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยได้สร้างสรรค์ศิลปินชื่อดังมากมาย อาธิเช่น Domenico Morelli, Giacomo Di Chirico, Francesco Saverio Altamura, และสุดท้ายคือ Gioacchino Toma สถานที่แห่งนี้มีทั้งภาพสวยงามมากมาย ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของประเทศอิตาลี ย้อนกลับไปถึงสมัยยุคกรีกโบราณ จึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้หากได้มีโอกาส